Garlet Badelouf, the running back

vasu's posts with tag: ชีวิต

What are tags? You can give your posts a "tag", which is like a keyword. Tags help you find content which has something in common. You can assign as many tags as you wish to each post.
View posts by people in your network with tag ชีวิต
ddd
dThumbnaild
ddd
ไปเที่ยวห้องสุดมันส์
แดกเหล้าไปแล้ว วันแรกดูเหมือนจะถูกโยนออกมานอนข้างนอกห้อง(สงสัยป่วนมากไป)เลย
ไปนั่งที่ชายหาดเล่นเลยแฮงค์ทั้งคืน

วันที่2เลยซัดไปแก้วเดียวแล้วเอาหัวจุ่มชักโครก!!!!! (ตื่นทั้งคืนไม่ต้องกลัวว่าจะเมา)
แถมตอนเช้ามาจะไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น ดัน ฟ้าครึ้ม เซ็งมากถึงมากที่สุด

แต่ก็คุ้มที่สุดที่ได้ไปเที่ยวมา

Blog Entryมิตรภาพ......Apr 21, '08 3:52 AM
for everyone

http://www.siamdara.com/_images/080421G3N8695.jpg

เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม ภาพประกอบจาก Forward mail

          ปัจจุบันสังคมกำลังเข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ ยุคข้อมูลข่าวสาร ยุคความเจริญก้าวหน้า ยุคที่หลายๆ สิ่งกำลังเปลี่ยนไป เมื่อทุกสิ่งเปลี่ยนไป มนุษย์อย่างเราพยามที่จะพัฒนาและปรับตัวให้เข้ากับยุคไฮเทคของโลกสมัยใหม่ไปด้วย แต่ดูเหมือนสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ไม่มีการพัฒนา แต่กลับด้อยลงๆ นั่นคือ มิตรภาพ มิตรภาพที่เคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันก็ลดลง เพราะต่างๆ คน ต่างเอาตัวรอด ต่างคนต่างเห็นแก่ตัว จนแทบไม่มีมิตรภาพที่จะมอบให้คนอื่นๆ อีก ทั้ง เพื่อน ญาติ แฟน เพื่อนร่วมชาติ หรือแม้แต่สัตว์ร่วมโลก … (หรือ 'มิตรภาพ' จะหายไปจากโลกนี้ซะแล้ว)

          อ่ะ อ่ะ อย่าเพิ่งคิดว่าในโลกนี้มีแต่คนเห็นแก่ตัว หรือไม่มีมิตรภาพนะคะเพราะในสังคมอีกหลายๆ แห่งมิตรภาพยังคงมีให้เห็นบ่อยๆ และวันนี้เราได้รับ Forward mail ฉบับหนึ่ง ที่สื่อให้เห็น มิตรภาพน่ารักๆ ของเด็กๆ กับสุนัขตัวน้อยที่มีให้กัน เลยอยากแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้อ่านและดูกันค่ะ

          ...นี่เป็นภาพของเด็กชาย 2 คน ที่พยายามช่วยกันหาวิธีดึงสุนัขตัวน้อยที่ตกลงไปในน้ำ ให้ขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เด็กตัวเล็กๆ พละกำลังก็น้อยนิด แต่ยังมีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลก มีมิตรภาพดีๆ ที่จะมอบให้กับเจ้าสุนัขตัวเล็กๆ ตัวนี้ ทั้งๆ ที่มีโอกาสตกลงไปเหมือนหมาน้อยตัวนั้น แต่เด็กๆ ก็ยังสามัคคี จับมือเกาะเกี่ยวดึงกันไว้ จนสามารถช่วยชีวิตเจ้าหมาน้อยได้ ...

          หลังจากดูรูปภาพนี้แล้วก็ทำให้อดคิดด้วยความดีใจ และอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า... 'ในสังคมไทยยังมีมิตรภาพดีๆ แบบนี้เหลืออยู่ เด็กๆ ยังมีมิตรภาพให้คนอื่น โดยเฉพาะมิตรภาพที่มอบให้กับสุนัข ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ด้วยกัน เมื่อถึงคราวเดือดร้อน ก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

          แล้วมนุษย์อย่างเราล่ะ เคยมีมิตรภาพมอบให้กันบ้างหรือเปล่า? มิตรภาพในฐานะที่เป็นสิ่งมีชีวิตในโลกกลมๆ ใบเดียวกัน มิตรภาพในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน มิตรภาพในฐานะเพื่อนกัน มิตรภาพในฐานะญาติ มิตรภาพในฐานะเป็นนักการเมือง เป็นคนในสังคมเดียวกัน เคยมอบให้กันบ้างไหม?'

          … ถ้าเรามี 'มิตรภาพ' มอบให้คนอื่นแล้ว เชื่อว่าจะสามารถสร้างความอบอุ่น ความรัก ความจริงใจ ความไว้ใจ ความห่วงใจ และไม่ทอดทิ้งกันยามลำบากแน่นอนมีมิตรภาพแล้วดีอย่างนี้ แล้วเหตุใดเราจึงไม่รักษา 'มิตรภาพ' นั้นไว้ อย่าให้ใครบางคน... เรื่องราวบางเรื่อง... มาทำลายมิตรภาพที่ดีระหว่างกัน... เราไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันทุกอย่าง ... ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันแต่มิตรภาพของเราก็สามารถมอบให้กันได้

 



ในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน วิถีทางของการมีสุขภาพดีอาจจะเป็นเรื่องยากของคนยุคก่อนๆที่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรแล้วจึงจะดีต่อสุขภาพ ดังนั้นการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่ถูกต้องนัก ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ทานอาหารไขมันสูง จนสุดท้ายก็นำมาซึ่งโรคทางหัวใจและหลอดเลือดและนำมาซึ่งการเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้นคุณหมอ Jonathan Berkowitz จึงได้ให้คำแนะนำที่จะช่วยให้ชีวิตอยู่ อย่างมีความสุขและสุขภาพดีในยุคแห่งอารยธรรมสมัยใหม่ เริ่มต้นด้วย

1. มี Sex กันเถอะ (Have Sex)
ว่ากันว่าผู้ชายจำนวนมากค่อนข้างจะเป็นกังวลเกี่ยวกับบทบาทบนเตียง แต่จงพึงจำไว้เถิดว่า ยิ่งคุณ
ได้ใช้เจ้าน้องชายของคุณบ่อยๆ ละก็ มันก็พร้อมจะกลายร่างเป็นมังกรที่แข็งแรงในเวลาอันเหมาะ
สม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยหลายๆ ชิ้นทีเดียวว่า ชายหญิงที่มีเพศสัมพันธ์กันสม่ำเสมอ จะมี
สุขภาพดี มีความสุขและมีอายุยืนนานกว่าคนที่ขาดเรื่อง Sex ไป


2. ลองมาใช้ชีวิตคู่กันไหม (Get Married)
แน่นอนว่าการแต่งงานนั้นมีมากกว่าเรื่อง Sex แน่นอน ซึ่งการมีผู้หญิงที่รักมาอยู่ด้วยกันนั้น จะเป็น
แรงบันดาลใจที่จะสร้างสร้างสิ่งดีๆ แก่ชีวิตคู่ซึ่งกันและกัน ประหนึ่งให้ผลทางด้านจิตใจซึ่งจะเป็น
ดั่งน้ำหล่อเลี้ยงจิตและวิญญาณแห่งความเป็นชายเลยทีเดียว

3. อ้วนนักก็ลดซะ (Lose Weight)
แน่นอนว่าความอ้วนเป็นดุจตัวทำลายสุขภาพทางเพศและนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บมากมาย ดังนั้นคุณ
ต้องลองสำรวจตัวเอง ลองปรับเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่และนิสัยการกินไปพร้อมๆ กัน ขณะเดียวกัน
หากคุณเป็นพวกมีไขมันสะสมมากๆ การใช้ L-carnitine ขนาด 0.5-2 กรัม/วัน ซึ่งมีฤทธิ์ในการ
เผาผลาญไขมันสะสมนั้น จะสามารถช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้  

4. หมั่นตรวจเช็คต่อมลูกหมากบ้าง (Get Your Prostate Checked)
เนื่องด้วยต่อมลูกหมากในผู้ชายนั้น มีแนวโน้มจะโตขึ้นๆ เมื่ออายุมากขึ้น และจะนำมาซึ่งปัญหาเกี่ยวกับระบบปัสสาวะทั้งหลาย ดังนั้นคุณต้องหมั่นไปพบแพทย์บ้างอย่างน้อยปีละหน เพื่อตรวจเช็คลูกหมากของคุณ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า การใช้ Selenium ขนาด 200 Microgram/วัน จะช่วยป้องกันและสามารถลดการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 60% เลยทีเดียว

5. ออกกำลังซะที (Exercise Aerobically)
ข้อนี้สำคัญทีเดียว คือคุณต้องหากีฬาซักอย่างมาเล่นยามว่าง เช่นวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ซึ่งประโยชน์นั้นแน่นอนว่าเพียบทีเดียว แต่ถ้าคุณเป็นประเภทที่ฝรั่งเขาเรียกกันว่า พวก Couch Potato ที่วันๆไม่ทำอะไร เอาแต่นั่งดูทีวีอยู่กับบ้าน คุณอาจจะเริ่มด้วยการเดินเล่นวันเว้นวันซักเดือนแล้วค่อยขยับเป็นกีฬาที่ใช้แรงมากขึ้นเรื่อยๆ


6. เสริมกล้ามเนื้อเพิ่มการไหลเวียนเลือด (Pump Iron)
ข้อนี้เพิ่มเติมตรงที่ลองออกกำลังตามยิมประเภทเล่นกล้าม ยกน้ำหนัก ทั้งนี้เนื่องมาจากความจริงที่ว่า อายุเมื่อมากขึ้นๆ มวลกล้ามเนื้อก็จะฝ่อลงๆ ดังนั้นออกกำลังซะบ้าง เพื่อกล้ามเนื้อจะได้แข็งแรงและสวยงาม ขณะเดียวกันก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องน้ำตาลส่วนเกิน ที่เป็นตัวการโรคเบาหวานด้วย ในที่นี้หากเสริมด้วยสารที่เป็น Muscle Builder จะช่วยเสริมกล้ามเนื้อได้ดีมากขึ้น ได้แก่ Creatine ขนาด 2-5 กรัม/วัน ที่จะเป็นสารที่ให้พลังงานแก่กล้ามเนื้อโดยตรง และ Whey Protein ขนาด 32-64 กรัม/วัน ซึ่งจะให้กรดอะมิโนจำเป็นต่อ
การสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อ

7. ผักผลไม้ อย่าให้ขาด (Eat More Vege
les and Fruits)
เนื่องด้วยประโยชน์จากการที่ผักผลไม้นั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ซึ่งจะเป็นดุจปราการป้องกันโรคภัยต่างๆ มิให้มาเยือนได้

8. โหมนักก็พักหน่อย(Go To Sleep)
ในที่นี้ต้องให้ความสำคัญต่อการนอนให้เพียงพอ ปล่อยวางงานต่างๆที่คั่งค้างบ้าง เพราะการนอนที่เพียงพอจะสัมพันธ์กับระบบภูมิต้านทานร่างกาย สติปัญญา และสุขภาพร่างกายแบบองค์รวมเลยทีเดียว

9. แต่งแต้มด้วยโยคะ(Practice Yoga)
ว่ากันว่ายิ่งอายุมากขึ้นๆ ร่างกายกระดูกกระเดี้ยว ก็เปรอะบางลง ความยืดหยุ่นของร่างกายก็มีแต่จะแย่ลงๆ โยคะเป็นคำตอบที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณรักษาสมดุล และความยืดหยุ่นให้ยังคงดีเหมือนสมัยหนุ่มๆทีเดียว

10. วาดฝันสิ่งดีๆ (Think Positive)
ข้อนี้ต้องยอมรับไว้อย่างก็คือยุคนี้เป็นยุคแห่งความเครียด ความวุ่นวายในชีวิต แต่เมื่อใดที่คุณมีความรู้สึกแย่ๆภายในใจ คุณต้องหยุดแล้วถามตัวเองว่าคุณเสียเวลามากขนาดไหนเมื่อเทียบกับอายุขัยของคนที่แสนสั้น ที่จะต้องมานั่งกังวลเอย โกรธเอย กลัวเอย แล้วมันมีความสุขหรือไม่ ดังนั้นคุณต้องขับไล่ความรู้สึกแย่ๆนี้ออกไป และรับแต่ความรู้สึกที่ดีงาม ทำแต่เรื่องดีๆทดแทน


ข้อ1 ข้อ2 พวกเรายังไม่ต้องก็ได้นะ ไว้โตๆกันก่อน

MusicHeaven knows- Rick priceApr 9, '08 9:12 PM
for everyone
เป็นเพลงเพระาๆเพลงหนึ่งจากเสียงเปียนโน และไสล์การร้องที่เป็นเอกลักษณ์

โดยที่ท่วงทำนองเป็นแบบไหลลื่นฟังได้เรื่อยๆ

ในขณะที่เนื้อร้องกลับขมขื่น มีหลายประโยคที่ผมชอบมาก
"from the time i wake up 'till i close my eyes she's everywhere i go she's all i know"

" all these time i act so brave i'm shaking inside why does it hurt me so..."

Heaven Knows  Rick Price 

พระเจ้าสร้างชายและหญิงให้เกิดมาคู่กัน แต่ก็มีผู้ชายจำนวนมากออกมายอมรับว่า "บางครั้งผู้หญิงก็ดูน่าเบื่อและไร้เหตุผลจนไม่น่าเข้าใกล้" ในขณะที่ผู้หญิงโต้กลับว่า "บางครั้งผู้ชายก็งี่เง่าและเฮงซวยที่สุด" ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่า ใครดีใครเลว แต่อยู่ที่ความแตกต่างกันในทุกๆ เรื่องของชายและหญิงต่างหาก ที่เป็นต้นเหตุของความไม่เข้าใจ ในเมื่อทั้งชายและหญิงไม่มีวันที่จะเหมือนกันได้ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข นั่นก็คือ... "การทำความเข้าใจจิตใจของแต่ละฝ่ายนั่นเอง"

1. ผู้ชายรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นที่ต้องการของคนอื่น
ขณะที่ผู้หญิงรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองน่าทะนุถนอม

2. เมื่อเกิดปัญหา ผู้ชายจะเก็บตัวเพื่อคิดหาทางออก
ผู้หญิงจะหาใครซักคนที่ไว้ใจ และพร่ำพรรณนาปัญหาให้ฟัง

3. จากสถิติพบว่า ผู้ชายมีอายุสั้นกว่าผู้หญิง
เพราะผู้ชายใจร้อนและคึกคะนองมากกว่า

4. ผู้ชายมุ่งความต้องการไปที่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน
แต่ความสำเร็จของผู้หญิงคือ การมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข

5. เมื่อทำอะไรซักอย่างไม่ได้ ผู้หญิงจะขอความช่วยเหลือ
ในขณะที่ผู้ชายจะไม่พยามยามขอความช่วยเหลือ เพราะคิดว่านั่นคือการแสดงความอ่อนแอของตัวเอง

6. ผู้หญิงมีสมองเล็กกว่าผู้ชาย
แต่สมองทั้งสองซีกกลับทำงานสัมพันธ์กันมากกว่าผู้ชาย

7. ผู้ชายจะเจริญเติบโตและก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นได้ช้ากว่าผู้หญิง
8.เมื่อเล่นเกมๆ หนึ่ง ผู้หญิงต้องการเอาชนะโดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องแพ้ก็ได้ (การเสมอ)
แต่ผู้ชายต้องการเอาชนะ และอีกฝ่ายต้องเป็นผู้แพ้

9. เมื่อผู้ชายตกหลุมรักใครซักคน เค้าจะถูกกระตุ้นให้ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ถ้าจีบผู้หญิงคนนั้นไม่สำเร็จ เค้าจะกลับไปเห็นแก่ตัวเหมือนเดิม

10. ผู้หญิงเมาง่ายกว่าผู้ชาย

11. ผู้ชายจะจดจำเส้นทาง และอ่านแผนที่ได้เก่งกว่าผู้หญิง

12. ผู้หญิงกลัวที่จะเป็นฝ่ายรับ ในขณะที่ผู้ชายกลัวที่จะเป็นฝ่ายให้

13. ผู้หญิงพยายามฆ่าตัวตายมากกว่าผู้ชาย
แต่ผู้ชายทำสำเร็จมากกว่าผู้หญิง

14. ผู้หญิงจะเรียนภาษาได้ดีกว่า
และมีความสามารถในการสื่อสารทางการพูดมากกว่าผู้ชาย

15. ผู้ชายจะคิดให้ตกซะก่อนจึงค่อยพูดออกมา
แต่ผู้หญิงมักจะคิดออกมาเป็นเสียงดังๆ ให้คนอื่นได้ยินด้วย

16. ผู้หญิงจะไม่ทิ้งเพื่อนหากเพื่อนกำลังมีปัญหา
ในขณะที่ผู้ชายจะทิ้งให้เพื่อนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

17. เมื่อผู้หญิงรู้สึกดี เธอจะสามารถแบ่งปันความรักให้คนอื่นมากมาย
แต่เมื่อเธอรู้สึกแย่ สิ่งที่เธอต้องการที่สุดคือความรักจากคนรอบข้าง

18. นิสัยผู้ชายเหมือนหนังสติ๊ก ในช่วงเวลาที่คบกัน ผู้ชายจะต้องการทั้งความผูกพันใกล้ชิด และความอิสระ แต่ผู้หญิงจะรู้สึกไม่ดีหากผู้ชายกำลังถอยออกไปหาอิสระ และพยายามดึงเค้ากลับมา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เค้าถอยห่างมากขึ้น ทางที่ดีควรอยู่นิ่งๆ เมื่อถึงเวลาหนึ่งเค้าจะกลับมาเอง

19. ทั้งที่ผู้ชายและผู้หญิงพูดคำๆ เดียวกัน แต่ความหมายของคำๆ นั้น กลับไม่เหมือนกัน
เช่น เมื่อผู้หญิงพูดว่า "เราเลิกกันเถอะ" แปลว่า ฉันต้องการให้คุณเห็นความสำคัญของฉันมากกว่านี้
เมื่อผู้ชายพูดว่า "เราเลิกกันเถอะ" แปลว่าผมไม่ขอทนคุณอีกต่อไป เพราะผมเจอคนใหม่แล้ว


Blog EntrySometimes we must know the girl's heartMar 17, '08 12:05 PM
for everyone

วันนี้มีเรื่องน่าเศร้าสำหรับตัวผมเอง เพียงบางเหตุการณ์ อาจจะนำไปสู่อีกเหตุการณ์หนึ่ง

วันนี้ ผมได้เข้าไปในห้องนอนของเธอ แต่พบเพียงจดหมายของเธอ

บางที ผมอาจจะไม่คู่ควรอยู่ในโลกใบนี้ก็เป็นได้

เพราะ สิ่งที่อยู่ในจดหมายนั้น มันเจ็บช้ำ มันเสียดแทงเข้ามา หัวใจของผู้ชายคนนี้

ผู้ที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับหัวใจของเธอ

จดหมายของเธอกล่าวไว้ดังนี้


A Dream is a wish Your heart makes when  your  fast asleep

Make a wish

All  I want is is for ONE GUY to prove to me that They’re not all the same

Every girl wants a man  that she can go in her sweets, hair a mess,  make up running down her face, eyes red from crying and the first thing he says to her is “Baby you’re beautiful” and means it

I am someone who is looking for love, Real love Ridiculous, inconvenient consuming can’t –live-without – Each- other love

Always and forever

When you Love someone you can tell. BUT when you’re IN love with someone. Everyone else  can tell

6 billion souls in the world and sometimes. All you need is ONE

I know Love they’re more symbols but they mean so much

So theres this boy  and the way he laughs makes me smile and the way he talks gives me butterflies  & just everything about him makes me happy

I always smile when I see his screen name come up

You had me at hello

Somewhere between  all our laughs, long talks, stupid little fights,  and all our  jokes,  I fell In love

You are so perfect

The way you talk, the way you smile, the way you stare, the way you smell, the way you look, the way you move, the way you walk

It’s amazing  how easily you make me smile

I never knew  I could feel like this

I’m trying to think of something, anything to keep from thinking of you

IF only you knew

I love you

I die trying to keep myself from kissing you

If you can’t  got someone out of your head, maybe they’re supposed to be there

You give me that  funny feeling  in my tummy

If only he knew

Late at night  when all the world is sleeping; stay up and think of you and ; wish on a star  which somewhere you’re thinking

Everyone have a reason for waking up      Mine is you

He loves me……… he loves me not……..

Every time I hear this song  I think of you

……..and every  song reminds me of you

I love you

….but I mean nothing to you  and I don’t know why

If one day ……… I start to matter GO ahead and tell me

Follow your Heart …..It knows the way

For you I will

You want the Truth?  Well, here it is ….. I can’t  stop thinking of you

And all I wanna do is grow old with you

Will you be my valentine?

I love you

You can fall from the sky. You can fall from the tree. But the best way to fall is in love with me

It ‘s amazing  how you know me off my heart

If I did one thing Right in my life

It was when I gave my heart to you

Hold me close,  Don’t let me go

I could stay lost at this moment FOREVER

Take my hand. We’ll make it. I swear

The reason god put spaces between your fingers was so  that someone else Could fill them up

Did I ever tell you you’re my here? You’re everything I wish I could be

…… and when you hold me.  I wish you’d never let go

Never ever let go

My world was black & white until the day you walked through my door and into my heart

If I had to choose between loving you and breathing……  then I would use my last breath to tell you that I love you

I love you

Kykeyu, Ai shite Imatsu, te ivbesc, Ja cie kocham, makel  kita, je T’aime, I love you , s’as agapo , ti amo, lvbim ta, ich libe dich, Milvji vas, akebbek, te amo

Dayse in the rain can’t say goodbye

Happily ever After Isn’t  Free

But I’d pay anything  to have it

Someone should sue Disney, For making every girl  believe that they have a price charming

I loved you ……………..What happened?

Remind me not to think of you ever again 

I hurt deeper then you’ll ever know

You know you love him when, you can’t help But cry every night because you know……………………… He’s not yours…….. He’s hers

I like walking in the rain cause no one knows I’m CRYING

Guys aren’t  worth your tears….. and the one that is  ->won’t make you cry

Just thought you were the ONE

Every second I’m without you I’m a mess

I’ll  miss you

She wonders what it is about her  THAT isn’t good Enough for him

My heart was taken by you, Broken by you, and now it is in pieces because of you

I wish I was as invisible as you make me feel

Here I am  Once again I’m Torn  Into Pieces

It’s really  pathetic how I keep trying  to hold on to something that’s not coming back

Sometimes we must get hurt  in order to grow  we must fell in order to know.  Sometimes our visions clear only after our eyes  are washed away with tears

Wait for the boy who will make you smile like no one else …..

Everything happen for a reason

What’s meant  to be will always find It’s way 

It’s funny how someone can break your heart and you still love him with all the little pieces

I loved you once, I love you still , I always have……., I always will….



แล้วผมควรจะทำอย่างไรต่อไป ?????


Blog Entryระยะห่างของ....Mar 13, '08 5:54 AM
for everyone


วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต
ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป
แต่กลับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น.. จากคนแปลกหน้า
กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย
ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน
สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า
ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จัก
คนคุ้นเคย หรือ คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่... บางคน
เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย...
จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน ..
ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้ ...
และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น .. ...
แต่ในทางกลับกัน.. ระยะห่างของบางคน
อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา
จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก ..
กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป .. ... แน่นอนว่า
ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่ ..
แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ..
ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา พอ ๆ
กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก.. ...
ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้
และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน..
เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคนหนึ่ง
ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้
และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน
เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว
เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ.. ..
กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง
กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป..
แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลางไว้ให้คงที่
ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด.. ...
เคยรู้สึกใช่ไหมว่า .. ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี
กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม...
กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก
แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน.. ... ขณะที่บางคนวิ่งตาม
ล้มลุกคลุกคลานและเจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า
และขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน
อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน.. เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า
แต่สุดท้าย! ก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น
บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา
ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน .. ไม่เคยรับรู้ว่า
ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน
แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ..
ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ ...
การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน...
บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต..
ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม..
ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา
ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง
ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย...
ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์.. ....
เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา
ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง
ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป
เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า

ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี
ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง
เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ
ไปเพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน
เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน
เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า
การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี..เสียอีก.. แล้วคุณ ๆ เล่า

เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่างของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม..
เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึก
เป็นกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน
เคยรู้สึกได้ไหมถึงระยะห่าง ทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ ๆ กัน
หรือรู้สึกใกล้กันทางความรู้สึก ทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม.??

มาดูกันว่า...จริงไหม
§ การคบคนก็เหมือนกับไส้อั่ว
ดูจากภายนอกจะไม่ค่อยน่ากิน. . . . . .แต่เมื่อได้ชิม. . . . .
ก็จะรู้ ว่า. . . . .รสชาติ ไม่ได้เหมือนกับ ที่คุณเห็น

§ จิตใจของคุณก็เหมือนกับไข่ 1 ฟอง
ที่ดูภายนอกแล้วแข็งแกร่ง. . . . . แต่เมื่อคุณลองกระเทาะ
เปลือกออกมา ก็จะเห็นว่าคนๆนั้นๆ. . . . . .
ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าคุณเลย


§ ร่างกายของคนๆหนึ่งก็เหมือนกับน้ำแข็ง
ที่สักวันหนึ่ง. . . . .มันก็ต้องละลายไป. . . .


§ นิสัยของคนก็เหมือนกับข้าว
ถ้าคุณไม่หุง. . . . . . ย่อมกินไม่ได้

§ ความรักที่อกหักก็เหมือนกับต้มยำ. . . .ที่มีทุกรส
ยกเว้น. . . . ความหวาน

§ ความรัก. . . . . ก็เหมือนกับไข่เจียว
ที่คุณกินได้ทุกวัน. . . . . . แต่ก็ยังไม่เบื่อ

§ ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับ. . . . Pepsi
ที่อึกแรกมักจะซ่า. . . . แต่เปิดทิ้งไว้นานๆเข้า
ก็หายซ่าไปเอง. . . . .เหอๆๆๆ

§ ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับสัตว์หลายๆชนิดในสวนสัตว์
ที่ต้องการออกไปสู่โลกกว้าง. . . . .

§ ถ้าคุณกำลังอกหักแล้วยังมองหารักใหม่...โดยที่จะเอามารักษาแผลเดิม
ก็จะเหมือนกับตอนที่คุณท้องเสีย. . . . .แต่ดันกินส้มตำ


§ แฟนก็เหมือนกับเพลงใหม่เพลงหนึ่ง.......
ที่คุณมักบอกกับตัวเองว่ามันเพราะ.........
แต่เมื่อฟังไปสักร้อยรอบ.........คุณก็จะเบื่อไปเอง

§ ต่างกับเพื่อนสาว......
ซึ่งเหมือนกับเพลงคลาสสิก. . . . . . .ที่นานๆคุณเปิดที
แต่ก็ยังเพราะ. . . . . ไม่ต่างจากครั้งแรกที่คุณฟัง

§ คนๆหนึ่งที่คุณเคยชอบ.....แต่เขาไปชอบคนอื่น..
แต่คุณก็ยังจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ ก็เหมือนกับ
เพลงของค่าย RS GRAMMY ที่คุณบอก
ว่าเกลียด แต่คุณก็ยังร้องเพลงนั้นได้จนจบ


§ ลองสังเกตไหมว่าถ้ามีรูปถ่ายหมู่ใบหนึ่ง......
คนที่คุณมองหาคนแรก. . . .คือคนที่คุณชอบอยู่


§ เบอร์โทรศัพท์.......
ที่ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทคุณ. . . . . . . คุณก็จำไม่ได้
แต่ถ้าเป็นเบอร์ของคนที่หลงใหลล่ะก็...
คุณจะจำได้ทุกตัว. . .แม้ว่ามันจะไม่ซ้ำกันเลย

อ่านแล้วคงโดนกันบ้างนะ


- เพลง......ที่คุณชอบมากที่สุดตอนที่คุณมีแฟน.....
อาจจะกลายเป็นเพลงที่คุณเกลียดที่สุด. . . . . . เมื่อเขาจากไป

- Mail 100 Mail…….
ที่เพื่อนคุณส่งให้. . . . ก็ไม่อาจเทียบได้กับ คนรักคุณ......
ที่ตอบมาแค่ว่า ขอบคุณนะ


- ก็เหมือนกับวันๆหนึ่งที่คุณคุยกับเพื่อนเป็นร้อยประโยคแต่ก็จำไม่ได้
แต่เมื่อคุณได้คุยกับคนที่คุณแอบชอบ. . . .
แม้ประโยคเดียว. . . คุณก็จำได้. . . .
จนกว่าเขาจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน . . . . . .




มุมมองของความรัก BOY & GIRL

G=หญิง   B=ชาย

--+ ความคิดถึง +--
GIRL : เพิ่งแยกจากเขามาเมื่อครู่เดียวเองก็คิดถึงอยากเจอหน้าเขาอีกแล้วน่ะ
BOY : ความคิดถึงก็เหมือนการได้ลงเตะฟุตบอลที่เราอยากเตะ พอได้เตะแตะแล้วก็หายอยาก

--+ การจีบ +--
G : เขาเข้ามาคุยกะเราบ่อยๆอย่างงี้กำลังจีบเราจีบเราอยู่แน่เลย
B : บางครั้งการจีบก็เป็นแค่การทดสอบความสามารถของตัวเอง ไม่ได้รู้สึกจริงจังมากมายอะไรสักหน่อย

--+ ตกหลุมรัก +--
G : การก้าวขาหล่นลงไปในหัวใจของเขาลึกจนยากจะปีนขึ้นมาง่ายๆ
B : การเดินสะดุดขาอ่อนของเทอ อาจจะเซไปบ้าง แต่ไม่ถึงกับเสียการ ทรงตัวนานแต่อย่างใด

--+ หัวใจ +--
G : อวัยวะที่ยกให้คัยไปแล้วก็ไม่อยากให้เขาส่งคืน
B : อวัยวะที่ใช้ในการหายจัยอ่ะดิ ถามด้ายยย!

--+ แฟนเก่า +--
G : คนรักของวันวานที่ถ้าบังเอิญเจอหน้าในวันนี้ก็ทำให้ใจสั่น
B : ใคร? เธอคือใครหรอจำไม่ได้แล้วอ่ะ

--+ แฟนใหม่ +--
G : คนรักของวันนี้ที่เราอยากให้เป็นคนรักของวันข้างหน้าไปนานๆ
B : แฟนของวันนี้แต่วันข้างหน้าค่อยว่ากันอีกที

--+ โทรศัพท์ +--
G : เครื่องมือสื่อสารที่ช่วยสื่อความคิดถึง,คำพูดตอนไม่ได้อยู่กะเขา
B : เครื่องมือสื่อสารที่เธอมีไว้คอยโทรจิกตามตรวจสอบเราทุกที่ทุกเวลา

--+ ความเหงา +--
G : แค่ไม่มีเขาเราก็เหงาเหลือเกินแล้ว
B : 365 วันไม่เหงาเพราะเราไม่ขาดเพื่อนสักวัน

--+ ดอกไม้ +--
G : เดินผ่านร้านขายดอกไม้ทีไร อยากให้เขาซื้อให้เรา แค่ดอกเดียวก็พอ
B : ก็ดอกไม้แค่ดอกเดียว ทำไม! เธออยากได้อะไรมากมายนะ 

--+ จูงมือ +--
G : เป็นแฟนตอนแรกๆ เขาจูงมือเราไม่ยอมปล่อย เหมือนกลัวเราหลงทาง แต่ตอนหลังเราต้องเป็นฝ่ายจับมือเขาเสียเอง
B : โอ๊ย! ผมไม่ได้เด็กแล้วนะต้องจูงมือข้ามถนนด้วย

--+ หึง +--
G : รักคือหึง...หึงคือรัก ไม่รักไม่หึง ไม่หึงถ้าไม่รัก
B : ที่ผมเผลอลงมือลงไม้เธอนั้นเพราะผมหึงเธอน่ะ

--+ น้ำตา +--
G : เครื่องมือที่ช่วยเราลดความเครียดตามธรรมชาติ
B : เครื่องมือเรียกร้องความสนใจของผู้หญิง

--+ เดทครั้งแรก +--
G : เหตุการณ์ตื่นเต้นที่สุดอีกครั้งในชีวิต เขาจะพาเราไปนั่นกินอาหารร้านไหนนะ
B : เหตุการณ์ผลาญเงิน หวังว่าเธอคงไม่เห็นแก่กินเลือกร้านแพงๆ เหมือนยายคนก่อนนะ 

--+ ช๊อปปิ้ง +--
G : กิจกรรมสุดโปรดได้ทำแล้งเหมือนมีสารความสุขหลั่งออกมา
B : เครียดก็ช๊อป...มีสุขก็ช๊อป..อารมณ์ก็ช๊อป ผู้หญิงโรคจิต 

--+ การสารภาพรัก +--

G : เป็นแฟนกันมาตั้งนาน แค่คำว่ารัก..คำเดียว เขายังไม่เคยพูดให้เราไดยินเล๊ย
B : เป็นแฟนกันมาตั้งนาน คำว่า..รัก..คำเดียวจะสำคัญอะไรนัก 

--+ อกหัก +--
G : ทำลายของๆ เขา, ฉีกรูปคู่ทิ้ง, เก็บตัวอยู่ในห้อง ฯลฯ เจ็บนี้...อีกนาน
B : กินเหล้า,จีบดะ,เที่ยวกระจายฯลฯ 3 วันห๊ายยยย 

--+ งอน +--
G : ดูเขาเถอะ! หาเรื่องให้เราต้องงอนอีกแย้ว
B : ดูมัน! งอนได้ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ 

--+ ง้อ +--
G : ดีใจจัง เขาง้อเรา แสดงว่าเขายังรักเราอยู่
B : เซ็ง! แต่ต้องแกล้งง้อไปงั้นๆ ดีก่าต้องทนเห็นหน้าที่เหมือนตูดของเธอ
 

นิยาม ความรัก กับ ความจริง

1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์

แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอ

ที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง

2. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่

แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

3. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา

แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น

และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป

4. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น

แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนาน

จนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูแห่งความสุขบานอื่น ที่เปิดไว้รอ

5. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกัน

โดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึก

เหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด

6. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป

แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งผลของสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา

7. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน

ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ

แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง

8. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน

แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน

แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ

9. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป

อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว

อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณยังไม่สามารถ “ทำใจ”

10. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง

และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง

และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน

11. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้

อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน

ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว

สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส

12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นอาจใช้เวลาแค่เพียงนาที

การที่เราจะชอบใครอาจใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง

การที่เราจะรักใครอาจใช้เวลาเพียงชั่ววัน

แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

13. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน

ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง

มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์

และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข

14. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด

รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน

15. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง

อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา

มิฉะนั้นจะหมายความว่าเราต้องการเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา

16. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด

เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

17. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม

คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี

ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางจากความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

18. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม

จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม

ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ...

มีข้อไหนบ้างที่โดนใจคุณมากที่สุดคะ

 

Blog Entry" เหรียญในมือ" Feb 10, '08 1:27 AM
for everyone
" เหรียญในมือ"

เคยได้ยินเรื่องอยู่เรื่องหนึ่ง... มีผู้ใหญ่เขาเล่นกับเด็ก
ผู้ใหญ่กำเหรียญอยู่ในมือ แล้วถามเด็กว่าอยากรู้ไหม ในมือของท่านมีอะไร
ถ้าอยากรู้ให้เขกพื้น 5 ที เด็กก็เขกอด้วยความอยากรู้
ผู้ใหญ่แบมือให้ดู เด็กก็ได้พบว่าเป็นแค่เหรียญธรรมดาเหรียญหนึ่งเท่านั้น
ต่อมาผู้ใหญ่กำมืออีก แล้วถามอีกเหมือนเดิมว่าอยากรู้ไหมว่ามือท่านมีอะไร
คราวนี้เด็กไม่สนใจ ไม่อยากรู้แล้วจริงๆ
คือเมื่อเด็กได้รู้แล้วว่าในมือผู้ใหญ่เป็นแค่เหรียญธรรมดาเท่านั้น
ไม่มีอะไรพิเศษเลย เขาก็เลยไม่สนใจอีก...

นี่แหละ คนเราก็เป็นแบบนี้ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา
ไขว่คว้าเพื่อให้ได้รับรู้ เมื่อเราได้รู้แล้วว่ามันคืออะไร มันเป็น ยังไง
เราก็ไม่สนใจมันอีก ถามว่าเหรียญในมือเปลี่ยนไปไหม ค่ามันน้อยลงไหม
เปล่าเลย ค่าของมันเท่าเดิม ยังคงเป็นเหรียญๆเดิม ทั้งก่อนและหลังที่เราเห็น
แต่ความรู้สึกของเราต่างหากล่ะที่เปลี่ยนไป

ก็เป็นเพราะความรู้สึกที่เอื้อมไม่ถึงไปไม่ถึงนั่นแหละที่ทำให้เราเห็นคุณค่าของ
สิ่งที่อยู่ไกล ต่อเมื่อได้สิ่งนั้นมาแล้วได้รู้จักแล้ว
เราก็ไม่รู้สึกเป็นพิเศษอีก

บางคนที่เราแอบประทับใจ หรือแอบปลื้มมานาน
พอได้รู้จักพูดคุยกันแค่ไม่กี่คำก็รู้แล้วว่าคนนี้ไม่ใช่
คิดอะไรไม่เหมือนกัน มองกันคนละด้าน...
บรรดาคนของสังคม เป็นขวัญใจของคนมากมาย เพราะดูดี มีอารมณ์ขัน
ทำให้ใครต่อใครพา กันปลื้มจนออกนอกหน้า แต่หากได้มานั่งจับเข่าคุยกันแล้ว
ถ้าเขาไม่ได้มีความคิดหรือความเป็นตัวของตัวเองที่โดดเด่น
เขาก็ แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ความคิดก็เหมือนคนอื่นๆ
ความรู้สึกประทับใจในตอนแรกก็กลายเป็นเฉยๆไป...
ในทางกลับกัน
บางครั้งกับคนที่เหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ หน้าตาธรรมดา มีชีวิตอย่างเรียบง่าย
แต่แค่ได้คุยกันครั้งเดียว กลับรู้สึกดี รู้สึกว่า คนนี้มีอะไรไม่ธรรมดา
เริ่มรู้สึกว่าน่าสนใจ และอยากเจอเขาอีกเรื่อยๆ ความดีในต ัวต่างหากที่สำคัญ
เมื่อได้เรียนรู้กันและกันแล้ว ความน่ารัก ความมีน้ำใจ
ความเสียสละต่างหากที่จะทำ ให้ไม่รู้จักเบื่อ
สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้อีกฝ่ายอยากค้นหา ติดตาม เห็นคุณค่า
และไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไป ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก
ที่เมื่อได้มาแล้วก็เท่านั้น เหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปลกใหม่
ไม่มีอะไรให้น่าที่จะรัก น่าที่จะค้นหาอีก…

ในชีวิตหนึ่งของคนเราสามารถปิ๊งคนได้หลายคน ประทับใจใครได้หลายหน
แต่จะมีสักกี่คนที่ใช่ ที่ตรงกับเรา
ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าในชีวิตจะได้พบกับคนที่ "ใช่เลย" ไหม…
บางครั้งเราอาจกำลังแอบปลื้มคนๆหนึ่งที่เราเพิ่งได้รู้จัก
อยากคุยอยากเจอหน้าตลอดเวลา แต่พอเจอปัญหา มีเรื่องอยากเล่า
เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนที่เราต้องการ
เรากลับเลือกที่จะคุยกับคนอีกคนที่เราสนิทมานาน

เพราะความรู้สึกมันบอกเองว่าคนๆ นี้แหละถึงจะเป็นคนที่เราสามารถคุยได้ทุกเรื่อง

เข้าใจเรา เขา...ก็ยังคงเป็นเขาอย่างที่แล้วๆมา ไม่มีอะไรหวือหวา
ทุกอย่างเป็นของมันอย่างนี้มานานจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา
จนไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เราต้องการจริงๆ…
แปลก…คนที่ใกล้ชิดกับเราที่สุดมักถูกมองข้ามไปเสมอ…

คุณเคยปล่อยเพชรให้ผ่านไปไหม…หรือเคยคว้าเศษฝุ่นไว้ไหม


คนที่เรารัก VS คนที่รักเรา

คนที่เรารัก. . .คือคนที่ใช่สำหรับเราแต่บางครั้ง. . .เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่

คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราเพียงมองผ่านแต่เขา. . .กลับมองเราอย่างใส่ใจ

คนที่เรารัก. . . คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดีแต่แท้จริงแล้ว. . . เรากลับไม่รู้จักเขาเลย

คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จักแต่เขา. . .กลับพยายามทำความรู้จักเรา

คนที่เรารัก. . . คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้แต่สิ่งที่เราให้ . . . เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป

คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมายแต่เขา. . .กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา

คนที่เรารัก. . . คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุขแต่เวลาเราทุกข์. . . เรากลับมองหาเขาไม่เจอ

คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาสุขแต่เวลาทุกข์. . . เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม

คนที่เรารัก. . .คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลาแต่ที่แย่กว่าคือ. . . ตลอดมา "เขาไม่ได้รักเรา"

คนที่รักเรา. . .คือคนที่เราไม่เคยนึกถึงแต่มีสิ่งหนึ่ง. . .บอกให้รู้ว่า . . . "เขารักเรา"





"ทำไม เอ็งไม่เคยเป็นตัวจริงว่ะ"
คำถามนี้ผมได้ยินจากปากเพื่อนของผม ที่เล่นทัชฟุตด้วยกัน ระหว่างที่ผมนั่งอยู่ข้างเกมเงียบๆ

ผมหันหน้ากลับไปมองมันความจริงก็อยากบอกหรอกนะแต่ก็อย่างว่าแหละ

คนเราหากไม่ได้เจอจริงๆแล้วคงไม่เข้าใจหรอก   ใครมันจะไปเข้าใจถ้าคุณไม่เคยสัมผัสจริงๆ

อันนี้ต้องขอย้อนเวลาไปยังสมัยที่เป็นม.ต้นหน่อย ถ้าใครได้อ่านเรื่องราวของผม ก็น่าจะเข้าใจว่าผมซ่อน"อะไร"ไว้

สมัยที่ผมยังม.ต้น ยังคึกคะนองมากกว่านี้  และมันก็เป็นวันแรกที่ได้สัมผัส"มัน"
" เซ็ท..... ฮัทฮัท ฮัท" ควับๆ ตึกๆๆๆๆ ฟ้าว     ปั่ป โครม แล้วก็ลงไปนอนดูดาว
"โอ้ก เจ็บๆ เบาๆหน่อยดิ" ผมค่อยๆลุกขึ้นมาหลังจาก โดน  sack จากเพื่อน ผม ชื่อแดง
"ก็หัดเร็วๆดิ เกมจริง มันเร็วกว่านี้อีก" แดงโวยขึ้น
"เออๆกุจะเร็วขึ้น ถ้าทำได้นะ" ผมก็เรียกแผนใหม่ขึ้น ในเพลย์ต่อไป

ซึ่งการเล่นทัชฟุต นี่มันจะคล้ายอเมริกันฟุตบอลนิดหน่อย ตรงที่การรับลูกการวิ่งการเล่นก็คล้ายกัน การนับดาวน์ก็คล้ายกกัน แล้วแต่ว่าใครจะกำหนดแบบไหนด้วย แต่หลักๆผมจะเล่นกัน 8คนต่อทีม โดยทจะแบ่งเป็นทีมรับกับทีมรุก  โโยตำแหน่งที่สำคัญมี 1.ควอร์เตอน์แบ็ก 2.รันนิ่งแบ็ก 3.รีซีฟเวอร์ 4. เซ็นเตอร์ 5.การ์ด 6.ไทร์เอ็น

ถ้าถามว่า ผมเล่นตแหน่งไหน ผมก็คงต้องตอบว่า ผมเล่น รันนิ่งแบ็ก แต่ แรกๆแล้วผมอยากเล่น ควอร์มากกว่า  (และตอนแรกๆ็ก็เล่นบ่อยด้วย)
เหตุที่ผมอยากเป็นควอร์ก็เพราะ
1. มันดูมีอิทธิพล
2. ได้วางแผนนี่มันก็สนุก
3.ดูครั้งแรกก็ประทับใจ(ทอม เบรดี้ หลังจากที่ดรูเบรโช เจ็บ)

นับแต่วินาทีแรกแล้วที่ได้สัมผัสเกม มัน สนุก มาก เพราะเวลาวางแผนแล้วมันยอดมาก เวลาที่ทุกคนทำตามแผนและเล่นได้ตามที่วางไว้แต่เมื่อเวลาผ่านไปวามสนุกมันก็หายไป แล้วความเครียดก็เริ่มเข้ามา เพราะ ทั้งทีมเริ่้มเอาระบบตัวจริงตัวสำรองเข้ามา

"เออๆ วันนี้เล่นให้สนุกนะสราด พรุ่งนี้ ลงคะแนนตัวจริง"ไอ้ปื้ด (กัปตันของทีมผม)มันโวยขึ้นระหว่างเพลย์

หลังๆจากเล่นกันเสร็จก็นั่งรวมทีม  (ซึ่งน่าแปลก คน30คนมานั่งรวมกันได้โดยไม่มีเสียงพูดเลย)
"เอาละ พรุ่งนี้ เราจะแบ่งทีมกัน เล่นกันเป้นส่วนๆเลย แล้วค่อยสลับๆตำแหน่ง "

วันรุ่งขึ้น
ผมคงจะไม่เล่าถึงความรู้สึกต่างๆที่เกิดระหว่างเล่น แต่ผมจะบอกผลเลยว่าแต่ละตำแหน่งที่ผมได้มันเป็นอย่างไร

ระบบที่ผมเล่นนั่นมี
 ทีมบุก ระบบหลักควอร์1 รังนิ่ง 1 การ์ด 2 เซ็น1 รีซีฟ 2 ไทเอ็น 1
ควอร์ 1.ลิง 2. วสุ(บางครั้งก็อาจจะเป็นตุลย์) 3.ปื้ด
รังนิ่ง 1.ปื้ด 2.วสุ 3.ชาย
เซ็น 1. อ้วน 2.ชาย 3.เจี๊ยก
การ์ดซ้าย 1.ชาย 2. หิน 3.เจี๊ยก
การ์ดขวา 1.หิน 2. ชาย 3.เจี๊ยก
รีซีฟ 1. ปื้ด 2.ทอง 3.วสุ
ไทร์เอ็น 1. โต 2. วสุ 3. อาร์ม


ทีมรับ ระบบหลัก เอ็น 2  ไลน์แบ็กเกอร์3(กลาง1 นอก 2) เซฟตี้1  คอร์เนอ2
เอ็นซ้าย1.แดง 2. สุน 3. วสุ
เอ็นขวา 1.สุน 2.แดง 3. วสุ
ไลน์แ็บ็กกลาง 1.ป็อป 2.วสุ 3.รวย
ไลน์แบ็กนอก 1. แมน 2. ขาว 3.วสุ
เซฟตี้ 1. นุ 2.วสุ 3.ดุล
คอร์เนอ 1. เอก 2. ปิง 3. วสุ

หลังจากที่ดูๆแล้ว(งงมาก)เป็นที่สองทั้งนั้นเลย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
ระหว่างที่ซ้อม ผมก็สังเกตเห็นๆว่าเห้ยมันเล่นกันแบบ จริงจังดี แบบเห้นแล้วมันส์ว่ะ

ระหว่างที่เก็บของกลับบ้าน ไอ้ปื้ด มันก็ชวนผมไปแดก(ข้าว)  ไอ้ผมก็ไปนะ สงสาัยคงมีเรื่องดีๆเล่ามั้ง
ระหว่างแดก มัันก็ถามผมว่า "ไม่สงสัยว่าทำไมเป็นที่2หรือ" มันพูดแบบดูจริงจังขึ้นมา
ไอ้ผมก็พอเข้าใจนะเวลาเล่นมันเป็นยังไง พอเดาๆได้
บันแทบจะเล่าให้ผมได้ทุกอย่างเลยละว่าเวลาเล่นเป็ยังไง แต่ขอสรุปย่อเลยละกัน
1.เป็รควอร์ไม่ได้เพระาแรงขว้างไม่ถึง
2.เป้นรันนิ่งไม่ได้เพราะ สปีด
3.เป็นรีซีปไม่ได้ เพราะรับลูกไม่แม่นพอ
4.ไลน์ทีมบุกไม่ได้ เพราะ ให้เวลาไม่พอ
5.เอ็น ไม่ได้ เพราะ ไม่มีกำลังมากพอ
6.ไลน์แบ็ก กลางไม่ได้เพราะ กำลังไม่พอที่จะอัดเซ็นเตอร์ให้อยู่
7.ไลน์แบ็กนอกไม่ได้ เพราะ สปีดไล่ไม่ทัน
8.คอเนอ ไม่ได้เพราะ สปีดตามไม่ืทัน
9. เซฟตี้ ไม่ได้ เพราะ สปีดไปที่จุดเกิดเหตุไม่ทัน

ไอ้ผมก็เห็นจริงนะ ไอ้เรื่องของ พวกพื้นฐานพวกนี้ ผมน้อยกว่าชาวย้านเค้าอยุ่แล้ว
แต่ไอ้ที่ผมยังเล่นได้มาจนถึงทุกวันนี้ได้ก้เป็นเพราะ ในเรื่องวิธีการ การวางแผน ทักษะต่างที่ผมหมุ่นเพียรซ้อมทุกวัน ทำทุกอย่างเพื่อก้าวหน้า

แต่บางครั้งแล้ว คุณก็อาจจะเจอกำแพงที่ความมุมานะข้ามไม่ไหวนั่นก็คือ ความสมารถโดยธรรมชาติ อันเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานพรมาให้แก่พวกเขาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเรื่องของกำลังหรือความเร็ว

ไอ้ใจสู้กับอึดเล่น มันก็ไม่พอหรอกที่จะไปสู้กับสิ่งเหล้านี้ที่ เป็นพรสววรค์ของบุคคล เพียงแต่ทักษะและสิ่งอื่นๆเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมเข้ามาให้คุณชนะได้ง่ายกว่า

ไอ้คนอย่างผม มันพยายามให้ตายก็ทำไม่ได้ ไม่ว่ามันจะเป็นก้าวมี่แสนง่ายเพียงใด เพราะสิ่งเหล่านี้ มันถูกกำหนดให้ผมอยู่แล้วที่จะเป็นไอ้ขี้แพ้ตลอด  บางครั้งคุณก็ต้องหัดยอมรับความจริงได้แล้วว่า คุณไม่สามารถที่จะเก่งไปกว่านี้ได้แล้ว